16 Mar 2005

"อย่าเศร้า" : ดีวานของฮาฟีซ

อย่าจมอยู่ในความเศร้าเลย
แม้ความมหัศจรรย์จากจักรวาลอื่น จะได้เคลื่อนจากเธอไปแล้ว
แต่การบรรเลงยังดำเนินอยู่
ยังคงมีการร่ายรำอยู่เสมอ ภายใต้การร่ายรำที่เธอมองไม่เห็น
......................................................................
ดีวาน(ชุดบทกวี) ของ ฮาฟีซ
ครูส้ม แปล
ก.พ.๔๖

*ฮาฟีซ มีชื่อเต็มว่า Shams-ud-din Muhammad Hafiz
เป็นกวีซูฟีชาวเปอร์เซีย (หลัง Rumi ร้อยปี)
ฮาฟีซ เขียนบทกวีไว้มากมายกว่า 5000 บท
ราล์ฟ วัลโด อีเมอร์สัน ได้แปลบทกวีของฮาฟีซเป็นภาษาอังกฤษเมื่อศตวรรษที่ 19
แต่ดีวาน(ชุดบทกวี)ของฮาฟีซ เป็นที่รู้จักกันกว้างขวางในตะวันตกผ่านงานของ เกอร์เต
................................................

"ความรักของช่างทอ" : ซาห์ อับดุล ลาทีฟ

สั้น ๆ อีกบทของ ซาห์ อับดุล ลาทีฟ กวีซูฟีในศตวรรษที่ ๑๗

"ดูเหล่าช่างทอสิ
ความรัก ของพวกเขา คือ ความละเอียดประณีต
พวกเขาเรียนรู้ที่จะเป็นหนึ่งเดียวกับความประณีตนั้น
และมีความสุข ทุก ๆ วัน"
.........................................................
ครูส้ม แปล
ก.พ. ๔๖

*ซูฟี จะใช้คำว่า "ความรัก" ในความหมายของสภาวะที่จิตเป็นหนึ่งเดียวด้วย
"ความรัก" ของช่างทอในที่นี้
หมายถึง สภาวะที่จิตเป็นหนึ่งเดียวกับงาน
...........................................................

ภาษิตซูฟี : ให้เข็มดีกว่า

ภาษิตซูฟีบทหนึ่ง กล่าวว่า

"อย่าให้ มีดดาบ แก่ฉันเลย
จงให้ เข็ม ฉันดีกว่า
เพราะมีดดาบนั้น เป็นเครื่องมือแห่งการตัดเฉือนออกเป็นชิ้น ๆ
แต่เข็มนั้น เอาไว้เย็บส่วนที่แยกให้รวมเข้าด้วยกัน"
...................................................

ครูส้ม คัดมาแปล
จาก..ที่ไหนสักที่ จำไม่ได้แล้ว
๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖
...................................................

"รักแท้ไม่มีในตลาด" : ลาทีฟ

ความรักนั้นอยู่บนหน้าตักของเจ้าเอง
ใยไปเสาะแสวงหาบนตักผู้อื่น
สัญญาณรักนั้นอยู่ในวิญญาณของเจ้า
ใยไม่ศึกษาและใคร่ครวญสู่ภายใน

หากต้องการค้นหารักที่แท้
อย่าไปหาในตลาด



บทกวีของ ซาห์ อับดุล ลาทีฟ กวีซูฟีชาวสินธ์
ครูส้ม : สมพร อมรรัตนเสรีกุล (พึ่งอุดม) แปล
๑๑ ก.พ ๔๖
.........................................

"จะจัดการกับดวงจันทร์อย่างไรดี" : ฮาฟีซ

ขวดไวน์หล่นจากเกวียน
แตกรดทั่วท้องทุ่ง
ค่ำคืนนั้น หมู่มวลแมลงบินวนเวียน
ดูดร่ำ ด่ำดื่ม เมรัยรื่น
เคาะเมล็ดพืชเป็นกลองเพลง
ร่ายรำระบำรอบ
พระองค์ทรงเปรมปรีด์

พลันประทีปแห่งค่ำคืน
ปรากฏขึ้นกลางฟากฟ้า
เจ้าแมลงเมาตัวนั้น
วางกลองบรรเลงลง
งุนงงหันถามเพื่อน
“เราจะจัดการอย่างไรดีกับดวงจันทร์บนท้องฟ้า"

สำหรับฮาฟีซ
คนหมู่ใหญ่ก็เฉกเช่นนี้
เหมือนเจ้าแมลงเมาตัวนั้น
วางกลองหยุดบรรเลง
หันหาคำถามไร้สาระ
.........................................................
บทกวีซูฟี : ดิวานของ ฮาฟิซ
ครูส้ม แปล
๑๓ ก.พ.๔๖
........................................................

"งานสวรรค์" : กาบีร์

แสงจันทร์สาดต้องกายข้า
สุริยัน จันทรา ก็สถิตย์ด้วย
ทว่าดวงตาข้ามืดบอด
จึงมิอาจยล

เสียงกลองแห่งอมตภาพ
ก้องระรัวอยู่ในวิญญาณข้า
ทว่าหูข้ามืดหนวก
จึงมิอาจยิน

กู่ร้องเพื่อ"ตัวข้าและของข้า"
ร้องให้ตายก็สูญเปล่า
เมื่อ "ตัวข้าและของข้า" มลายแล้ว
งานสวรรค์ จึงเริ่มต้น

"งาน" ดังว่าไม่มีประสงค์อื่น
เพียงนำ "ความรู้" มามอบให้
และเมื่อ"ความรู้"ถูกรับแล้ว
"งานสวรรค์" ก็จบลง

ดอกไม้บาน เพื่อกลายผล
เมื่อผลเปล่ง ดอกโรยรา
กลิ่นฉุน อยู่ในกวาง
แต่เจ้าตัวหารู้ไม่
กวางน้อยเดินเล็มหญ้าแปล
.....................................................
คีตาของ กาบีร์
ครูส้ม : สมพร อมรรัตนเสรีกุล (พึ่งอุดม) แปล ๔ ก.พ. ๔๖
จากสำนวนภาษาอังกฤษของ รพินทรนาถ ฐากูร
...........................................

"ตัวเจ้าคือสวนพฤกษา" : กาบีร์

ไม่ต้องเข้าไปในสวนดอกไม้หรอก เพื่อนเอ๋ย
ตัวเจ้านั้นเอง คือ สวนพฤกษา
เลือกที่นั่งเหมาะ ๆ บนกลีบบัวของเจ้าสิ
แล้วเพ่งพินิจความงามอันนิรันดร์
.....................
บทกวีซูฟี ของ กาบีร์
ครูส้ม แปล ๒ ก.พ. ๔๖
แปลจาก ฉบับภาษาอังกฤษของ รพินทรนาถ ฐากูร



* กาบีร์ (Kabir) เป็นกวีชาวอินเดีย สมัยต้นศตวรรษที่ ๑๕
เกิดในตระกูลฮินดู แต่เติบโตในครอบครัวมุสลิม
เป็นนักคิดสำคัญในด้านจิตวิญญาณของอินเดียในยุคนั้น
แนวคิดของ Kabir มีความเกี่ยวข้องกับซูฟี และ ซิก
......................

"เมื่อข้ามองท่าน" : รูมี่

เมื่อข้ามองท่าน
ข้าได้กลายเป็นความว่างเปล่าไปเสียแล้ว
ความว่างเปล่านี้เอง
ที่งดงามเสียยิ่งกว่าการดำรงอยู่
แม้ความว่างจะได้ทำลายการดำรงอยู่จนสิ้นสูญ
กระนั้น เมื่อความว่างปรากฏ
การดำรงอยู่กลับยิ่งเฟื่องฟู งอกงาม และสรรค์สร้างชีวิตใหม่

รูมี่

ครูส้ม แปล
...................

"นายแห่งเวทย์" : ญะลาลุดิน รูมี่

ท่านโคจรมาจากต่างภพ
จากโพ้นทะเลดาว
จากเวิ้งอวกาศ
พ้นบริสุทธิ์
งามเหนือจินตนาการ
ผู้นำเนื้อแท้แห่งรักมาสู่

ผู้ใดสัมผัสท่าน
ย่อมสัมผัสความแปรเปลี่ยน
โลกียวิสัย แลทุกข์โศก
อันตรธานสิ้นเมื่อท่านปรากฏ
สันติและเบิกบานกันถ้วนทั่ว
ตลอดชาวนาแลราชา
ไพร่ฟ้าแลผู้ปกครอง

ความเมตตาอันน่าพิศวงของท่าน
แปรอกุศลเป็นกุศล
แปรบาปเป็นบุญ

ท่านคือนายแห่งเวทย์
ผู้จุดไฟเมตตา
บนพื้นพิภพ แลนภากาศ
ในมนัส แลวิญญาณ
ตลอดสรรพชีวิต

ด้วยรักแห่งท่าน
สิ่งคู่รวมเป็นหนึ่ง
สิ่งแยกรวมเป็นหนึ่ง
โลกียกรรมพลันศักดิ์สิทธิ์

....................
บทกวีซูฟี ของ ญะลาลุดิน รูมี่
ครูส้ม (สมพร อ.) แปล
๓๑ สิงหาคม ๔๖

(แปลจากฉบับสำนวนของหมอดีภัก โชประ)
.................